บทที่ 1 พิพากษาด้วยตนเอง

บรรยากาศภายในห้องพิจารณาคดีเต็มไปด้วยความเงียบสงัดและตึงเครียด เสียงค้อนไม้กระแทกลงบนแท่นดัง "ปัง!" ก้องกังวานไปทั่ว ราวกับเป็นสัญญาณประกาศชะตากรรมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง

ตามมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความเยือกเย็นดุจน้ำแข็งขั้วโลกของชายหนุ่มผู้นั่งอยู่บนบัลลังก์

"ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลย 'อรวรรณ ศิริบูรณ์' มีความผิดจริงฐานจ้างวานวานให้ผู้อื่นกระทำชำเราผู้เสียหาย 'พลอยไพลิน เพชรศรี' จนได้รับบาดเจ็บสาหัส พยานหลักฐานมัดตัวแน่นหนา อาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายอาญา พิพากษาจำคุก 3 ปี โดยไม่รอลงอาญา"

"จำเลยอรวรรณ คุณมีอะไรจะกล่าวแย้งหรือไม่?"

สายตาของ 'ภาณุ' ที่มองลงมานั้นคมกริบราวกับปลายมีดที่กรีดลึกลงไปในเนื้อ

วินาทีที่สบตากัน อรวรรณรู้สึกราวกับหัวใจถูกบีบขยี้จนแหลกเหลว เลือดเนื้อภายในกายเย็นเฉียบ

ชายคนที่เธอรักหมดหัวใจมาตลอดเจ็ดปี บัดนี้กลับกลายเป็นผู้พิพากษาที่ตัดสินประหารชีวิตเธอด้วยตัวเอง

ทั้งที่เขารู้อยู่เต็มอกว่าหลักฐานเหล่านั้นมีพิรุธมากมาย แต่เขากลับเลือกที่จะเชื่อคำให้การเพียงฝ่ายเดียวของ 'รักแรก' ของเขา และลงทัณฑ์เธออย่างเลือดเย็น!

อรวรรณกำขอบคอกจำเลยแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว เมื่อเอ่ยปาก น้ำเสียงของเธอก็แหบพร่าอย่างน่าเวทนา

"ไม่ใช่ฉัน... ฉันไม่เคยทำเรื่องต่ำช้าพรรค์นั้น! ภาณุ... คุณต้องเชื่อฉันนะ..."

ปัง!

เสียงค้อนไม้กระแทกลงอีกครั้ง ตัดบทคำอ้อนวอนของเธออย่างไร้เยื่อใย

น้ำเสียงของภาณุในครั้งนี้เจือไปด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ยิ่งกว่าเดิม

"อย่าเรียกชื่อผม และถ้าคุณยืนยันว่าไม่ได้ทำ คุณมีหลักฐานมาหักล้างไหม?"

"หรือว่า... คุณกำลังดูหมิ่นความยุติธรรมของศาล?"

สิ้นเสียงทรงอำนาจ สายตาของทุกคนในห้องพิจารณาคดีต่างจับจ้องมาที่อรวรรณเป็นตาเดียว

ภาณุ... หัวหน้าผู้พิพากษาที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ คดีที่ผ่านมือเขาไม่เคยมีความผิดพลาด

ความยุติธรรมงั้นหรือ? การที่เขานั่งอยู่ตรงนั้น นั่นแหละคือนิยามของความยุติธรรมสำหรับทุกคน

คดีนี้มันจบลงตั้งแต่วินาทีที่เขาเริ่มอ่านคำพิพากษาแล้ว ไม่ว่าอรวรรณจะแก้ต่างอย่างไรก็ไร้ความหมาย เหมือนการเข็นครกขึ้นภูเขา

โดยไม่ต้องรอคำสั่งซ้ำ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ตรงเข้าควบคุมตัวอรวรรณออกจากที่นั่งทันที

"ฉันต้องการพบภาณุ"

ตลอดทางเดินสู่ห้องขัง อรวรรณปิดปากเงียบกริบ จนกระทั่งประตูเหล็กหนาหนักของเรือนจำกำลังจะปิดลง เธอจึงเอ่ยขึ้นด้วยเสียงที่แห้งผาก

สิ่งที่ได้รับกลับมาคือสายตาดูแคลนและคำเยาะเย้ยจากผู้คุม

"เพิ่งจะมารู้สึกกลัวเอาป่านนี้เหรอ? สายไปแล้วล่ะ"

"คุณหนูอรวรรณคงเคยได้ยินกิตติศัพท์การต้อนรับนักโทษคดีข่มขืนในคุกมาบ้างแล้วสินะ โดยเฉพาะพวกตัวการบงการอย่างเธอ... หึ"

เสียงหัวเราะในลำคอนั้นเป็นลางบอกเหตุถึงนรกบนดินที่รอเธออยู่

อรวรรณเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด

"ฉันต้องการพบภาณุ ไม่อย่างนั้นฉันจะร้องเรียนให้ถึงที่สุด ให้คนทั้งประเทศรู้ว่าผู้พิพากษาภาณุตัดสินคดีผิดพลาด!"

เธอไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าทำไมภาณุถึงทำกับเธอได้ลงคอ ถึงขนาดยอมเอาเกียรติยศในวิชาชีพมาแลกเพื่อส่งเธอเข้าคุก

เขารักพลอยไพลินมากขนาดนั้นเชียวหรือ?

แล้วเธอล่ะ? ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอเป็นตัวอะไรในสายตาเขา?

สามชั่วโมงต่อมา ความพยายามของเธอก็เป็นผล อรวรรณได้พบกับภาณุในห้องเยี่ยมญาติพิเศษ

ชายหนุ่มถอดชุดครุยตุลาการออกแล้ว เหลือเพียงชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปเนื้อดีที่ขับเน้นรูปร่างสูงสง่าและบุคลิกอันน่าเกรงขาม

"ถ้าคุณเรียกผมมาเพื่อจะพูดเรื่องไร้สาระ ผมแนะนำให้หยุด"

คำพูดนั้นกรีดลึกเข้าไปในใจของอรวรรณอีกครั้ง

"ทำไมคุณถึงทำกับฉันแบบนี้? คุณก็รู้ดีว่าหลักฐานพวกนั้นมันเป็นเรื่องเท็จทั้งเพ..."

ยังไม่ทันที่เธอจะพูดจบ ภาณุก็สวนกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา

"คุณกำลังจะบอกว่าผมใส่ร้ายคุณงั้นสิ?"

"ตอนที่พลอยไพลินได้สติ เธอให้การยืนยันชัดเจนว่าพวกเดรัจฉานพวกนั้นเอ่ยชื่อคุณตอนลงมือ คุณจะแก้ตัวยังไง?"

อรวรรณเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง "ฉันเปล่า! ฉันไม่รู้จักพวกมันเลยสักนิด! อีกอย่าง..."

ตลอดหลายปีมานี้ เธอเฝ้าติดตามดูแลภาณุเหมือนเงาตามตัว คนทั้งกรุงเทพฯ ใครบ้างจะไม่รู้ว่า 'คุณหนูตระกูลศิริบูรณ์' หลงรักภาณุหัวปักหัวปำขนาดไหน? การที่คนร้ายจะรู้จักชื่อเธอมันไม่ใช่เรื่องแปลกเลย มันไม่ควรเอามาเป็นหลักฐานมัดตัวเธอด้วยซ้ำ!

"จนป่านนี้ยังจะปากแข็งอีก"

ภาณุสาวเท้าเข้ามาประชิดตัวเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่ทราบ มือหนาบีบปลายคางของเธออย่างแรงจนเจ็บร้าว

อรวรรณถูกบังคับให้เงยหน้าสบตากับดวงตาที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว

"หลายปีมานี้ คุณคอยตามรังควานผมไม่เลิก ราวีทุกคนที่เข้าใกล้เพราะความหึงหวง ริษยาที่ผมดูแลพลอยไพลิน จนต้องลอบกัดลับหลัง"

"พลอยไพลินอุตส่าห์ขอร้องไม่ให้ผมเอาเรื่อง แต่ผมไม่คิดเลยว่าจิตใจของคุณจะอำมหิตผิดมนุษย์ขนาดนี้!"

พูดจบ ภาณุก็สะบัดมือออกอย่างรังเกียจ ราวกับสัมผัสของเธอเป็นเชื้อโรค

"สิ่งที่ผมเกลียดที่สุด คือคนอย่างพวกคุณ... คนที่เห็นแก่ตัว ทำทุกอย่างได้โดยไม่เลือกวิธีการ"

อรวรรณที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนเสียหลักล้มลงไปกองกับพื้นอย่างน่าสมเพช แต่ความเจ็บปวดทางกายเทียบไม่ได้เลยกับหัวใจที่แหลกสลาย

"ภาณุ... ที่แท้คุณก็มองฉันแบบนี้มาตลอด แล้วทำไม... ทำไมคุณถึงยอมตกลงหมั้นกับฉัน?"

เธอเคยหลงคิดเข้าข้างตัวเองว่า การที่เขายอมหมั้นหมาย อาจเพราะเขามีใจให้เธอบ้าง

แต่ตอนนี้... แม้แต่โอกาสที่จะอธิบาย เขายังไม่หยิบยื่นให้

"ก็แค่การแต่งงานเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ ผมแค่ไม่คิดว่าคู่ค้าจะสร้างปัญหาได้มากขนาดนี้"

น้ำเสียงของภาณุเต็มไปด้วยความรำคาญใจ

"ในเมื่อเกิดเรื่องอัปยศแบบนี้ขึ้น ละครฉากนี้ก็ควรจบลงสักที ผมไม่มีวันแต่งงานกับอาชญากร"

"และอีกไม่กี่วัน คนอื่นๆ ในตระกูลศิริบูรณ์ก็ตามเข้ามาอยู่เป็นเพื่อนคุณ"

อรวรรณที่ยังมึนงงกับความเจ็บปวดเมื่อครู่ ถึงกับตัวชาวาบเมื่อได้ยินประโยคนั้น

"คุณพูดว่าอะไรนะ?"

ภาณุปรายตามองเธอด้วยสายตาว่างเปล่า "ตระกูลศิริบูรณ์มีความผิดฐานฉ้อโกงและฟอกเงิน หลักฐานครบถ้วน อีกสามวันผมจะขึ้นบัลลังก์พิจารณาคดีนี้ด้วยตัวเอง"

"ภาณุ!" อรวรรณตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธแค้น ความน้อยเนื้อต่ำใจแปรเปลี่ยนเป็นเพลิงโทสะ

"เกลียดฉันก็ลงที่ฉันคนเดียวสิ! อย่าลากครอบครัวฉันเข้ามาเกี่ยว! ตระกูลศิริบูรณ์ทำกุศลมาตลอด จะไปโกงใครเขาได้ยังไง?!"

"คุณแค่อยากจะบีบให้ฉันจนตรอกใช่ไหม? จำเป็นต้องใช้วิธีสกปรกขนาดนี้เลยเหรอ?"

ภาณุยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย คำตัดพ้อของเธอเหมือนสายลมที่พัดผ่าน

อรวรรณกัดฟันกรอด พุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อเขาอย่างคนเสียสติ

"ทำไม! ทำไมต้องทำลายกันขนาดนี้! ฉันทำผิดอะไรนักหนา? แค่เพราะฉันรักคุณ ฉันต้องชดใช้ด้วยชีวิตเลยหรือไง!"

"ภาณุ! คุณที่อ้างตัวว่าเป็นความยุติธรรม ทำไมถึงไม่เคยยุติธรรมกับฉันเลย!"

เธอแค่รักผู้ชายคนหนึ่ง... มันผิดบาปขนาดนั้นเชียวหรือ?

"หยุด! อย่าขยับ!"

ประตูห้องถูกเปิดออกอย่างแรง ผู้คุมสองนายพุ่งเข้ามาทันทีที่ได้ยินเสียงเอะอะ

"ท่านผู้พิพากษาภาณุ ปลอดภัยไหมครับ? พวกเราจะรีบนำตัวนักโทษกลับเดี๋ยวนี้"

ผู้คุมทั้งสองตรงเข้าล็อคแขนอรวรรณแล้วลากตัวออกไปอย่างทุลักทุเล

ห้องทั้งห้องกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง

ภาณุยืนนิ่งอยู่กลางห้อง แววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและไม่ยินยอมของอรวรรณยังคงติดตาเขาอยู่

ความรู้สึกประหลาดบางอย่างก่อตัวขึ้นในอก

ทันใดนั้น ประตูห้องก็ถูกผลักเข้ามาอีกครั้ง

คราวนี้เป็นบิดาของพลอยไพลิน ผู้ซึ่งเป็นผู้มีอิทธิพลและเป็นฐานอำนาจสำคัญของภาณุ

"ขอบคุณคุณภาณุมากที่ช่วยทวงความยุติธรรมให้ยัยพลอย... แต่ผมได้ยินว่านังเด็กอรวรรณโดนไปแค่สามปีเองเหรอ..."

ชายสูงวัยแสดงความไม่พอใจในบทลงโทษที่ดูจะน้อยเกินไปในสายตาเขา

ภาณุหลุบตาลง ซ่อนแววตาบางอย่างไว้ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

"มีปัญหาอะไรหรือครับ?"

ชายสูงวัยทำตาแดงๆ "ข่าวคดีนี้ดังไปทั่วบ้านทั่วเมือง แล้วต่อไปยัยพลอยจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน จะมีใครกล้ามาสู่ขอ..."

ภาณุขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่น้ำเสียงยังคงมั่นคง

"เรื่องนี้ถือว่ามีต้นเหตุมาจากผม... ผมจะรับผิดชอบด้วยการแต่งงานกับเธอเอง เธออยากได้อะไร ผมจะหามาให้ทุกอย่าง"

สีหน้าของชายสูงวัยจึงเปลี่ยนเป็นยิ้มแย้มทันที


ณ เรือนจำหญิง

ทันทีที่อรวรรณก้าวเท้ากลับเข้ามาในห้องขังรวม เธอก็ถูกล้อมกรอบด้วยกลุ่มนักโทษหญิงขาใหญ่ประจำแดน

"อ้าว นี่มันเด็กใหม่นี่นา ได้ยินว่าโดนคดีจ้างวานข่มขืน แถมเหยื่อยังเป็นคนรักของท่านผู้พิพากษาภาณุซะด้วย ใจกล้าไม่เบานี่หว่า!"

หลังจากผ่านเรื่องราวเลวร้ายมาทั้งวัน หัวใจของอรวรรณด้านชาจนแทบไม่รู้สึกรู้สา เธอทำเป็นไม่ได้ยินคำค่อนขอด แล้วเดินตรงไปยังฟูกนอนของตัวเอง

"หยิ่งนักเหรอวะ? ขนาดคนของท่านเปายังกล้าแตะ! เฮ้ยพวกเรา! สั่งสอนมารยาทให้นางหน่อยซิ!"

สิ้นเสียงหัวหน้ากลุ่ม นักโทษหญิงคนอื่นๆ ก็กรูเข้ามาหาอรวรรณราวกับฝูงไฮยีน่า

อรวรรณที่มีความอัดอั้นตันใจเป็นทุนเดิม ตัดสินใจสู้ยิบตา แม้จะรู้ว่าเป็นรอง แต่เธอก็ไม่อยากยอมเป็นฝ่ายถูกกระทำอยู่ฝ่ายเดียว

แต่ทว่า น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ เพียงไม่กี่อึดใจ ร่างของเธอก็ถูกกดลงกับพื้นคอนกรีตเย็นเฉียบด้วยฝีมือของผู้หญิงร่างกำยำหลายคน

เสียงฝ่ามือกระทบเนื้อดัง เพียะ! เพียะ! ก้องสะท้อนไปทั่วห้องขัง

สติของอรวรรณเริ่มเลือนราง ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วร่าง

ก่อนที่โลกจะมืดดับลง ในหัวของเธอมีเพียงความคิดเดียวที่ยึดเหนี่ยวจิตใจไว้

ไม่ว่าจะยังไง... ฉันต้องรอด... พ่อ แม่ พี่ชาย... ทุกคนกำลังรอฉันกลับบ้าน...

บทถัดไป